วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

PROFILE




นางสาวเปมิกา สุขสายเมือง
ชื่อเล่น เปรม
เกิิดวันที่ 14 พฤษภาคม 1997
อายุ 16
ชอบกิน ข้าวผัด
งานอดิเรก อ่านหนังสือ

กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ


     ขั้นตอนการแก้ปัญหา     

   1. การวิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา


             เมื่อเกิดปัญหาหรือความต้องการขั้นแรก คือ   การทำความเข้าใจปัญหานั้นๆ อย่างละเอียด หรือ กำหนดขอบเขตการแก้ปัญหาระบุความต้องการให้ชัดเจนว่าต้องการอะไร โดยเขียนเป็นข้อความสั้น ๆให้ได้ใจความชัดเจน มีขั้นตอนดังนี้

                    การระบุข้อมูลนำเข้า
                    การระบุข้อมูลส่งออก
                  
  การกำหนดวิธีประมวลผล



    2. การเลือกเครื่องมือและออกแบบขั้นตอน


              การคิดออกแบบ ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็น
   สิ่งของ เครื่องใช้ เสมอไป อาจเป็นวิธีการก็ได้ 
   และการออกแบบไม่จำเป็นต้องเขียนแบบเสมอไป 
   อาจเป็นแค่ลำดับความคิด หรือจินตนาการให้เป็นขั้นตอนซึ่งรวมปฏิบัติการลงไปด้วย นั่นคือ 
   เมื่อออกแบบแล้วต้องลงมือทำ และลงมือปฏิบัติในสิ่งที่ออกแบบไว้

    3. การดำเนินการแก้ปัญหา


              เป็นขั้นตอนที่ต้องลงมือแก้ปัญหาโดยใช้เครื่องมือที่เลือกไว้ การแก้ปัญหาดังกล่าวใช้ 
   คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยงาน ขั้นตอนนี้ก็เป็นการใช้โปรแกรมสำเร็จ

    4. การตรวจสอบและปรับปรุง


              หลังจากที่ลงมือแก้ปัญหาแล้วต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าวิธีการนี้ให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง 
    โดยผู้แก้ปัญหาต้องตรวจสอบว่าขั้นตอนวิธีที่สร้างขึ้นสอดคล้องกับรายละเอียดของปัญหา 
    ในขณะเดียวกันก็ต้องปรับปรุงวิธีการเพื่อให้การแก้ปัญหานี้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 



การถ่ายทอดความคิดในการแก้ไขปัญหาด้วยอัลกอริทึม


  การถ่ายทอดความคิดในการแก้ไขปัญหาด้วย   

   ''อัลกอริทึม''    

   1.การเขียนรหัสจำลอง   


    รหัสจำลองหรือ pseudocode เป็นคำบรรยายที่เขียนแสดงขั้นตอนวิธี(algorithm) ของการเขียนโปรแกรม โดยใช้ภาษาที่กะทัดรัด สื่อสารกับโปรแกรมเมอร์ผู้เขียนโปรแกรม โดยอาจใช้ภาษาที่ใช้ทั่วไปและอาจมีภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมประกอบ แต่ไม่มีมาตรฐานแน่นอนในการเขียน pseudocode  และไม่สามารถนำไปทำงานบนคอมพิวเตอร์โดยตรง(เพราะไม่ใช่คำสั่งในภาษาคอมพิวเตอร์) และไม่ขึ้นกับภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่ง นิยมใช้ pseudocode แสดง algorithmมากกว่าใช้ผังงาน เพราะผังงานอาจไม่แสดงรายละเอียดมากนักและใช้สัญลักษณ์ซึ่งทำให้ไม่สะดวกในการเขียน เช่นโปรแกรมใหญ่ ๆ มักจะประกอบด้วยคำสั่งต่างๆที่ใกล้เคียงกับภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมจริงๆ เช่น begin…end, if…else, do…while, while, for, read และ print การเขียนรหัสจำลองจะต้องมีการวางแผนสำหรับการอ้างอิงถึงข้อมูลต่างๆที่จะใช้ในโปรแกรมด้วยการสร้างตัวแปร โดยใช้เครื่องหมายเท่ากับ (=) แทนการกำหนดค่าให้กำหนดตัวแปรนั้นๆ   


   ตัวอย่างหารเขียนรหัสจำลอง   

    ตัวอย่างที่ จงเขียน Pseudocode จากโปรแกรมหาผลรวมของตัวเลข ค่า แล้วแสดงผลรวมออกมาทางหน้าจอ
1. read x , y
2. calculate sum = x + y
3. print sum

    ตัวอย่างที่ จงเขียน Pseudocode จากโปรแกรมรับตัวเลข ค่าแล้วตรวจสอบว่าเป็นเลขคู่หรือเลขคี่
1. read x
2. if x % 2 = 0 <– ตรวจสอบว่าเศษจากการหาร ด้วย เท่ากับ หรือไม่
1. then
1. print “even”
2. else
1. print “odd”

    ตัวอย่างที่ จงเขียน Pseudocode จากโปรแกรมหาค่าเฉลี่ยของตัวเลข 10 ค่า แล้วแสดงค่าเฉลี่ยออกมาทางหน้าจอ
1. for i = 1 to 10 <– เป็นคำสั่งวนรอบจำนวน 10 รอบ
1. read num
2. calculate sum = sum + num
2. calculate mean = sum / 10
3. print mean

   ตัวอย่างที่ จงเขียน Pseudocode จากโปรแกรมหาค่าเฉลี่ยของตัวเลข ค่า แล้วแสดงค่าเฉลี่ยออกมาทางหน้าจอ
1. read n
2. for i = 1 to n <– เป็นคำสั่งวนรอบจำนวน รอบ
1. read num
2. calculate sum = sum + num
3. calculate mean = sum / n
4. print mean

    ตัวอย่างที่ จงเขียน Pseudocode จากโปรแกรมเปรียบเทียบตัวเลข ค่า แล้วแสดงความสัมพันธ์ออกมา
1. read x , y
2. if x > y
1. then
1. print “x > y”
2. else if x < y
1. then
1. print “x < y”
2. else
1. print “x = y”

   2. การเขียนผังงาน    


          ผังงาน (flowchart) คือ แผนภาพซึ่งแสดงลำดับขั้นตอนของการทำงาน โดยแต่ละขั้นตอนจะถูกแสดงโดยใช้สัญลักษณ์ซึ่งมีความหมายบ่งบอกว่า ขั้นตอนนั้น ๆ มีลักษณะการทำงาน ทำให้ง่ายต่อความเข้าใจ ว่าในการทำงานนั้นมีขั้นตอนอะไรบ้าง และมีลำดับอย่างไรโดยจะใช้สัญลักษณ์ที่เป็นรูปภาพแทนคำสั่งการทำงานโดยจะไม่ใช้คำอธิบายลักษณะการทำงาน มีลูกศรแสดงทิศทางการไหลของข้อมูลตั้งแต่เริ่มต้นไปสิ้นสุดโปรแกรม



   ตัวอย่างสัญลักษณ์